ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น 2026 เที่ยวเดือนไหนดี สรุปรายเดือนตั้งแต่กันยายนถึงธันวาคม ว่าเดือนไหนที่ไหนกำลังพีค พร้อมวันปิดคามิโคจิและกำหนดพยากรณ์ฉบับแรก
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีหรือที่เรียกกันว่า "โคโย" (Koyo) ของญี่ปุ่นยาวตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนไปจนถึงต้นเดือนธันวาคม รวมแล้วเกือบสองเดือนครึ่ง
พอฤดูกาลมันยาวขนาดนี้ คำถามที่สำคัญกว่า "ไปที่ไหนดี" เลยกลายเป็น "ไปเดือนไหนดี" แทน เพราะจับจังหวะพลาดไปแค่สองสัปดาห์ ที่ที่ตั้งใจไปอาจจะยังเขียวอยู่ หรือใบร่วงหมดต้นไปแล้ว
พวกเราเลยขอไล่ให้ดูเป็นรายเดือนไปเลย ว่าเดือนไหนที่ไหนกำลังพีค ใครอยากให้จัดการให้ครบจบในทริปเดียว ลองดูแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นของ TDTได้เลย
ตอนนี้ปลายเดือนสิงหาคม พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีปี 2026 อย่างเป็นทางการยังไม่ออก ปกติสมาคมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจะประกาศฉบับแรกช่วงกลางเดือนกันยายน อย่างปี 2025 ออกวันที่ 18 กันยายน ส่วนปี 2023 ออกวันที่ 12 กันยายน
อีกเรื่องที่ต้องเผื่อใจไว้คือความร้อน ปีไหนที่อากาศร้อนช่วงปลายฤดูร้อนลากยาว ใบไม้ทางตอนเหนือและตะวันออกของญี่ปุ่นจะเปลี่ยนสีช้ากว่าปกติ
แผนที่ปลอดภัยที่สุดคือจองตั๋วเครื่องบินกับที่พักไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะช่วงพีคคนเยอะและราคาขยับไว แล้วค่อยไปล็อกลำดับสถานที่อีกทีตอนพยากรณ์ออกกลางเดือนกันยายน
ก่อนจะไล่รายเดือน มีเรื่องหนึ่งที่ต้องเข้าใจก่อน ไม่งั้นวางแผนพลาดแน่นอน ใบไม้ไม่ได้เปลี่ยนสีพร้อมกันทั้งจังหวัด ยิ่งสูงยิ่งเปลี่ยนก่อน
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือเส้นทางทาเตยามะ คุโรเบะ อัลไพน์ บนที่สูงจะพีคช่วงเดือนตุลาคม ส่วนพื้นที่ด้านล่างลงมาจะไปพีคเอาเดือนพฤศจิกายน ที่เดียวกันแท้ๆ แต่ห่างกันเป็นเดือนเลย

เพราะฉะนั้นเวลาใครบอกว่าไปเดือนพฤศจิกายนดีที่สุด ก็ถูกแค่ครึ่งเดียว ต้องถามต่อว่าภูเขาหรือในเมือง ข้อดีคือเราเอาเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ได้ ถ้ามีเวลาหลายวัน จัดเส้นทางไล่จากที่สูงลงมาที่ต่ำ จะได้เห็นสีสวยต่อเนื่องกันตลอดทริป
เดือนกันยายนคนส่วนใหญ่ยังไม่คิดถึงใบไม้แดงกันเลย แต่ทางเหนือสุดเขาเริ่มกันไปแล้ว
ที่นี่คือจุดที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นที่แรกของญี่ปุ่น ช่วงที่ควรไปคือตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนจนถึงต้นเดือนตุลาคม
ข้อดีของการมาช่วงนี้คือคนยังไม่แน่นเท่าหน้าไฮซีซัน เดินถ่ายรูปได้สบายใจ ไม่ต้องแย่งมุมกับใคร แต่ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวมาให้ดี อยู่บนภูเขาสูงตอนเช้ากับตอนเย็นเย็นกว่าที่คิดเยอะ
ใครลาพักร้อนได้แค่ช่วงกันยายน อย่าเพิ่งคิดว่าอด แค่ต้องเป็นฮอกไกโดเท่านั้น ที่อื่นยังเขียวอยู่
ตุลาคมคือนาทีทองของสายภูเขาและหมู่บ้าน เป็นเดือนที่มีตัวเลือกเยอะที่สุดของทั้งฤดู
หุบเขานารุโกะสวยช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน จุดขายของที่นี่คือมุมจากบนสะพานที่มองลงไปเห็นหุบเขาทั้งลูกเปลี่ยนสีพร้อมกัน เป็นมุมที่ใครมาก็ต้องกดชัตเตอร์รัวๆ
บนที่สูงของเส้นทางนี้จะพีคเดือนตุลาคม เหมาะกับสายที่อยากได้วิวสวยโดยไม่ต้องเดินเยอะ เพราะแค่นั่งรถขึ้นไปเรื่อยๆ วิวนอกหน้าต่างก็เปลี่ยนไปตามระดับความสูงแล้ว
ชิราคาวะโกะสวยที่สุดช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ภาพบ้านหลังคาทรงกัสโชกับภูเขาสีส้มแดงด้านหลังคือภาพจำของหน้าใบไม้เปลี่ยนสีเลย
แต่มีข้อควรรู้อยู่อย่างหนึ่ง ทางการท้องถิ่นเขาบอกไว้เองว่าวันที่แน่นอนบอกยาก เพราะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของแต่ละปี ใครจะไปช่วงนี้เผื่อวันไว้สักหน่อยจะดีมาก
ชิราคาวะโกะยังมีอีกโฉมช่วงหน้าหนาว เป็นอีเวนต์ไลท์อัพหิมะที่จัดไม่กี่คืนต่อปี ใครอยากเก็บทั้งสองหน้า ดูตารางและวิธีจองในไลท์อัพชิราคาวะโกะได้

โคยะซังเหมาะไปช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ที่นี่บรรยากาศต่างจากที่อื่นตรงที่มันสงบมาก เป็นเมืองวัดบนภูเขา ใครที่อยากได้ทริปเงียบๆ ไม่ต้องเร่ง ที่นี่ตอบโจทย์สุดๆ
ฝั่งคิวชูก็มีของดีเหมือนกัน เทือกเขาคุจูไปได้ทั้งเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ข้อดีคือช่วงเวลากว้าง ไม่ต้องลุ้นวันเป๊ะเหมือนที่อื่น ใครที่วางแผนวันหยุดยากๆ ที่นี่ยืดหยุ่นให้เราเยอะ
พฤศจิกายนเป็นเดือนที่คนไทยไปกันเยอะที่สุด และก็มีเหตุผลของมัน เพราะเป็นช่วงที่สีลงมาถึงพื้นราบและเข้าเมืองแล้ว
คามิโคจิมีเดดไลน์ที่ชัดเจนกว่าที่อื่นมาก ที่นี่เปิดถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน แล้วปิดเข้าฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ใครอยากไปต้องวางแผนให้ทันก่อนวันนั้น พลาดแล้วต้องรอปีหน้าเลย

ใครไปเดือนพฤศจิกายน แวะเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีฟูจิคาวากุจิโกะได้เลย ได้ทั้งใบไม้แดงและฟูจิซังอยู่ในเฟรมเดียวกัน คุ้มค่าการเดินทางมากๆ อยากรู้ว่าฝั่งโตเกียวกับรอบฟูจิมีจุดไหนบ้างและพีคช่วงไหน อ่านต่อในใบไม้เปลี่ยนสีโตเกียวและฟูจิ
พื้นที่ด้านล่างของเส้นทางเดียวกันนี้จะมาพีคเอาเดือนพฤศจิกายน ใครพลาดช่วงบนที่สูงไปเมื่อตุลาคม ยังมีโอกาสแก้ตัวอยู่
ถนนเส้นนี้เหมาะไปช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม ที่นี่ไม่ใช่ใบเมเปิลแดง แต่เป็นใบแปะก๊วยสีเหลืองทองเรียงกันสองฝั่งถนน เดินเหยียบใบไม้แห้งกรอบๆ ไปเรื่อยๆ ฟินสุดๆ
ข้อดีอีกอย่างคืออยู่กลางโตเกียว ไม่ต้องนั่งรถไปไกล ใครมีเวลาแค่ครึ่งวันก็แวะได้สบาย
หลายคนไม่รู้ว่าไปต้นเดือนธันวาคมก็ยังทัน เพราะฤดูกาลนี้ลากยาวไปถึงต้นเดือนธันวาคม
ช่วงนี้บนภูเขาจบไปหมดแล้ว ที่ยังเหลือคือในเมือง โดยเฉพาะถนนต้นแปะก๊วยจิงงูไกเอนที่ยังสวยอยู่ถึงเดือนธันวาคม ใครที่ไปญี่ปุ่นต้นธันวาคมเพื่อดูไฟประดับหรือช้อปปิ้งส่งท้ายปีอยู่แล้ว ได้ใบไม้เปลี่ยนสีแถมไปอีกอย่างก็คุ้มไม่เบา
เรื่องเลือกวัน พวกเราแนะนำให้เลือกจากสไตล์ทริปที่อยากได้ ไม่ใช่เลือกจากรูปสวยที่เห็นในเน็ต ถ้าชอบธรรมชาติ ภูเขา อากาศเย็นจัด คนน้อย ให้ไปช่วงต้นฤดู ส่วนใครที่ชอบเดินเมือง เดินสวน ถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรม ให้ไปช่วงท้ายฤดู
อีกทริคที่ใช้ได้ผลจริงคืออย่าอัดหลายจุดในวันเดียว และเผื่อวันว่างไว้สักวันสองวันสำหรับจุดสำรอง ถ้าที่แรกยังไม่พีคจะได้ขยับไปที่อื่นทัน
ส่วนเรื่องเสื้อผ้า หัวใจคือการแต่งตัวแบบเลเยอร์ เพราะเช้าบนภูเขากับบ่ายในเมืองอุณหภูมิต่างกันคนละเรื่อง ใครไปช่วงปลายฤดูที่หนาวจัด เปิดเช็กลิสต์แพ็กกระเป๋าเที่ยวเมืองหนาวดูเพิ่มได้
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วเริ่มอยากไป แต่ยังไม่อยากนั่งจับคู่เดือนกับสถานที่เอง ทักทีมออกแบบทริปญี่ปุ่นของ TDTมาคุยกันได้เลย
สมาคมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจะประกาศพยากรณ์ฉบับแรกช่วงกลางเดือนกันยายน ปี 2025 ออกวันที่ 18 กันยายน และปี 2023 ออกวันที่ 12 กันยายน ตอนนี้ปลายเดือนสิงหาคมจึงยังไม่มีตัวเลขของปี 2026
เดือนกันยายน ที่อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซังในฮอกไกโด ซึ่งเป็นจุดที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นที่แรกของญี่ปุ่น ช่วงที่ควรไปคือต้นเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม
ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ถนนต้นแปะก๊วยจิงงูไกเอนเหมาะไปช่วงนี้ที่สุด ในเมืองจะมาช้ากว่าบนภูเขาเสมอ เพราะฉะนั้นถ้ามาต้นฤดูอาจจะยังไม่เจอ
เปิดถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน และปิดเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายนเป็นต้นไป ใครวางแผนไปคามิโคจิต้องเผื่อวันให้ทันก่อนปิด
เรื่องยากที่สุดของทริปใบไม้เปลี่ยนสีไม่ใช่การหาที่เที่ยว แต่คือการจับคู่วันเดินทางกับจุดที่กำลังพีคพอดี
พวกเรา Travel Design Team ดูแลตรงนี้ให้ได้ทั้งหมด ตั้งแต่เลือกช่วงวัน วางลำดับเส้นทางจากที่สูงลงที่ต่ำ ไปจนถึงเผื่อจุดสำรองไว้ให้เวลาธรรมชาติไม่เป็นใจ
ทักมาคุยกับพวกเราได้เลย แล้วมาวางแผนทริปใบไม้เปลี่ยนสีปี 2026 ด้วยกัน
ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเดินทาง