เที่ยวเวียดนามครั้งแรกไปภาคไหนดี เทียบฮานอย ดานัง โฮจิมินห์ จากสถิติฝนจริง 1991-2020 เพราะสามภาคมีฤดูฝนคนละช่วง พร้อมสิทธิวีซ่าฟรี 30 วันของคนไทย
เวียดนามเป็นประเทศที่คนไทยไปง่ายที่สุดประเทศหนึ่ง บินสั้น ไม่ต้องขอวีซ่า ค่าใช้จ่ายไม่สูง และอาหารถูกปากคนไทยแทบทุกจาน
แต่คำถามแรกของทริปแรกไม่ใช่ไปกี่วัน คือไปภาคไหน เพราะเวียดนามยาวจากเหนือจรดใต้กว่าพันกิโลเมตร และสามภาคมีฤดูกาลที่ไม่ตรงกันเลย
พูดให้ชัดคือเดือนที่ดีที่สุดของฮานอยกับเดือนที่ดีที่สุดของดานังไม่ใช่เดือนเดียวกัน บทความนี้เลยเริ่มจากเดือนที่ไปได้ แล้วค่อยเลือกภาคจากตรงนั้น ใครอยากได้ทริปที่มีคนเลือกภาคและช่วงเวลาให้แล้ว ลองดูแพ็กเกจทัวร์เวียดนามของ TDTประกอบไปด้วย

กระทรวงการต่างประเทศเวียดนามเผยแพร่รายชื่อประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าไว้บนเว็บของตัวเอง และไทยอยู่ในรายชื่อนั้น
ตารางระบุว่าหนังสือเดินทางไทยได้รับการยกเว้นวีซ่าทั้งประเภททูต ประเภทราชการ และประเภทธรรมดา โดยพำนักได้ 30 วัน
ประเภทธรรมดาคือเล่มที่คนทั่วไปถืออยู่ เพราะฉะนั้นทริปท่องเที่ยวปกติเข้าได้เลยโดยไม่ต้องยื่นอะไรล่วงหน้า
สิ่งที่ควรทำก่อนบินทุกครั้งคือเปิดรายชื่อบนเว็บกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามเช็กอีกรอบ เพราะรายการแบบนี้มีการปรับปรุงเป็นระยะ
เวียดนามไม่ได้มีฤดูฝนเดียวทั้งประเทศ ตัวเลขค่าเฉลี่ยระยะยาวขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกช่วงปี 1991 ถึง 2020 ทำให้เห็นเรื่องนี้ชัดมาก
ฮานอยฝนหนักที่สุดในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม อยู่ที่ 300 และ 335 มิลลิเมตร
ดานังฝนหนักที่สุดในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน อยู่ที่ 658 และ 486 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นช่วงที่ฮานอยฝนลดลงเหลือ 126 และ 48 มิลลิเมตรแล้ว
โฮจิมินห์แห้งที่สุดในเดือนธันวาคมถึงมีนาคม เดือนกุมภาพันธ์มีฝนเฉลี่ยแค่ 8 มิลลิเมตรจากฝนตกวันเดียว
แปลว่าถ้าล็อกวันหยุดไว้แล้ว ควรเลือกภาคให้ตรงกับเดือนนั้น ไม่ใช่เลือกภาคก่อนแล้วค่อยหวังว่าอากาศจะดี
| เดือน | ฮานอย สูงสุด/ฝน | ดานัง สูงสุด/ฝน | โฮจิมินห์ สูงสุด/ฝน |
|---|---|---|---|
| ม.ค. | 20.0 / 28 มม. | 25.2 / 83 มม. | 32.0 / 12 มม. |
| ก.พ. | 21.3 / 19 มม. | 26.3 / 22 มม. | 32.7 / 8 มม. |
| เม.ย. | 27.7 / 79 มม. | 30.9 / 50 มม. | 34.5 / 57 มม. |
| ก.ค. | 33.3 / 300 มม. | 34.4 / 92 มม. | 33.0 / 231 มม. |
| ส.ค. | 32.5 / 335 มม. | 34.0 / 167 มม. | 32.9 / 219 มม. |
| ต.ค. | 29.6 / 126 มม. | 29.6 / 658 มม. | 32.3 / 240 มม. |
| พ.ย. | 26.3 / 48 มม. | 27.7 / 486 มม. | 32.4 / 128 มม. |
| ธ.ค. | 22.1 / 24 มม. | 25.3 / 272 มม. | 31.6 / 41 มม. |
ตัวเลขทั้งหมดเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาวขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ไม่ใช่พยากรณ์ของปีนี้ ใช้เลือกเดือนได้ แต่ก่อนบินยังต้องเช็กพยากรณ์จริงอีกรอบ
สิ่งที่ตารางบอกชัดที่สุดคือเดือนตุลาคมกับพฤศจิกายน ภาคเหนือเข้าที่พอดี ขณะที่ภาคกลางกำลังเจอฝนหนักที่สุดของทั้งประเทศ
ภาคเหนือคือภาคเดียวของเวียดนามที่มีหน้าหนาวจริง ฮานอยเดือนมกราคมมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 20.0 องศาและต่ำสุด 14.6 องศา
ของขึ้นชื่อที่สุดคืออ่าวฮาลอง ซึ่งยูเนสโกขึ้นทะเบียนไว้ในชื่ออ่าวฮาลองและหมู่เกาะกั๊ตบ่า (Cat Ba) ครอบคลุมพื้นที่ 65,650 เฮกตาร์ และมีเกาะกับเกาะเล็กรวม 1,133 เกาะ
ยูเนสโกบรรยายไว้ว่าเป็นทิวทัศน์ทางทะเลที่ธรรมชาติแกะสลักขึ้น จากเกาะหินปูนรูปทรงและขนาดต่างกันที่โผล่ขึ้นจากผิวน้ำ
อีกที่ที่คนไทยไปกันมากขึ้นคือนิญบิ่ญ ซึ่งมีกลุ่มภูมิทัศน์จ่างอาน (Trang An) เป็นมรดกโลก ยูเนสโกอธิบายว่าเป็นภูมิประเทศหินปูนที่มีหุบเขาแทรก หลายแห่งจมน้ำบางส่วนและล้อมด้วยหน้าผาเกือบตั้งฉาก
จุดที่ทำให้จ่างอานพิเศษกว่าที่อื่นคือถ้ำที่ระดับความสูงต่างกันมีร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์ต่อเนื่องยาวนานกว่า 30,000 ปี
ส่วนใครเล็งซาปา ให้ดูตัวเลขของหล่าวกายซึ่งเป็นจังหวัดประตูทางเข้าไว้ด้วย เดือนสิงหาคมที่นั่นมีฝนเฉลี่ย 374 มิลลิเมตร มากกว่าฮานอยในเดือนเดียวกัน ตัวซาปาเองอยู่สูงกว่านั้นและอากาศต่างออกไปอีก

ภาคกลางคือภาคที่ให้ของหลากหลายที่สุดในระยะทางสั้นที่สุด และเป็นเหตุผลที่ทริปดานังฮอยอันฮิตมาหลายปี
ฮอยอันเป็นเมืองท่าค้าขายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยูเนสโกระบุว่าได้รับการรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม มีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ถึง 19
สิ่งที่ยูเนสโกชี้ว่าเป็นคุณค่าของฮอยอันคืออาคารและผังถนนที่สะท้อนอิทธิพลทั้งของท้องถิ่นและของต่างชาติผสมกัน
ขึ้นไปทางเหนืออีกหน่อยคือเว้ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเวียดนามที่รวมเป็นหนึ่งเดียวตั้งแต่ปี 1802 และเป็นศูนย์กลางทั้งการเมือง วัฒนธรรม และศาสนาในสมัยราชวงศ์เหงียนจนถึงปี 1945
ยูเนสโกบรรยายผังเมืองเว้ไว้ว่าแม่น้ำหอมไหลคดผ่านเมืองหลวง พระราชวังหลวง พระราชวังต้องห้ามสีม่วง และเมืองชั้นใน ทำให้เมืองหลวงเก่าแห่งนี้ตั้งอยู่ในภูมิทัศน์ที่งดงาม
ไกลออกไปอีกคืออุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ซึ่งตอนนี้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนร่วมกับอุทยานแห่งชาติหินน้ำโนของลาวเป็นมรดกโลกข้ามพรมแดน
ยูเนสโกระบุว่าหินปูนที่นี่เริ่มก่อตัวเมื่อราว 400 ล้านปีก่อน ทำให้เป็นระบบหินปูนขนาดใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย และมีการสำรวจถ้ำกับทางน้ำใต้ดินไว้แล้วกว่า 220 กิโลเมตร
ข้อควรระวังของภาคกลางคือฝน ดานังเดือนตุลาคมมีฝนเฉลี่ย 658 มิลลิเมตรและฝนตกถึง 21 วัน พฤศจิกายนอยู่ที่ 486 มิลลิเมตรและ 21 วันเช่นกัน
ช่วงที่ตัวเลขดีที่สุดของภาคกลางคือกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม กุมภาพันธ์มีฝนเฉลี่ย 22 มิลลิเมตรจากฝนตก 7 วัน

ภาคใต้เป็นคำตอบของช่วงธันวาคมถึงมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่คนไทยมีวันหยุดยาวพอดี
โฮจิมินห์ในช่วงนั้นแทบไม่มีฝนเลย เดือนมกราคมมีฝนเฉลี่ย 12 มิลลิเมตรจากฝนตก 2 วัน เดือนกุมภาพันธ์เหลือ 8 มิลลิเมตรจากฝนตกวันเดียว และมีนาคม 18 มิลลิเมตรจากฝนตกวันเดียว
แลกกันคืออุณหภูมิ ภาคใต้ร้อนเกือบตลอดปีและไม่มีหน้าหนาวแบบภาคเหนือ ค่าเฉลี่ยสูงสุดอยู่ระหว่าง 31.6 ถึง 34.9 องศาทั้ง 12 เดือน
ใครอยากได้ทะเลในทริปเดียวกัน ญาจางเป็นตัวเลือกที่คนไทยไปกันมาก และฤดูฝนที่นั่นมาช้ากว่าโฮจิมินห์ โดยหนักที่สุดในเดือนตุลาคมกับพฤศจิกายนที่ 325 และ 400 มิลลิเมตร
แปลว่าถ้าไปญาจาง ควรเลี่ยงตุลาคมถึงธันวาคม และเล็งช่วงกุมภาพันธ์ถึงสิงหาคมแทน ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์มีฝนเฉลี่ยแค่ 13 มิลลิเมตร
ไม่ต้อง รายชื่อประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าของกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามระบุว่าหนังสือเดินทางไทยทั้งประเภททูต ราชการ และธรรมดา ได้รับการยกเว้นวีซ่า พำนักได้ 30 วัน
ขึ้นกับเดือนที่ไปได้ ธันวาคมถึงมีนาคมเหมาะกับภาคใต้ กุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมเหมาะกับภาคกลาง และตุลาคมถึงพฤศจิกายนเหมาะกับภาคเหนือ
เล็งกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม เดือนกุมภาพันธ์ดานังมีฝนเฉลี่ย 22 มิลลิเมตรจากฝนตก 7 วัน ส่วนเดือนที่ควรเลี่ยงคือตุลาคมกับพฤศจิกายน ซึ่งอยู่ที่ 658 และ 486 มิลลิเมตร ฝนตกเดือนละ 21 วัน
หนาวกว่าที่หลายคนคิด ค่าเฉลี่ยเดือนมกราคมอยู่ที่สูงสุด 20.0 องศาและต่ำสุด 14.6 องศา เย็นพอที่จะต้องมีเสื้อกันหนาวจริง ต่างจากโฮจิมินห์ที่ค่าเฉลี่ยสูงสุดเดือนเดียวกันอยู่ที่ 32.0 องศา
ทำได้ถ้ามีเวลาพอ แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับทริปแรก เพราะระยะทางเหนือจรดใต้ไกลมาก และแต่ละภาคมีฤดูที่ดีไม่ตรงกัน ทริปแรกที่เลือกภาคเดียวแล้วอยู่ให้ลึกมักได้ความรู้สึกดีกว่า
เรื่องที่ยากที่สุดของทริปเวียดนามไม่ใช่การเดินทาง แต่คือการจับคู่ภาคกับเดือนให้ถูก เพราะเลือกผิดทีเดียวคือเจอฝนทั้งทริป
พวกเราจัดทริปเวียดนามทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ โดยเลือกช่วงเดินทางของแต่ละเส้นทางจากอากาศจริงของภาคนั้น ไม่ใช่จัดตามปฏิทินวันหยุดอย่างเดียว
ใครอยากไปเวียดนามแบบไม่ต้องมานั่งเทียบตารางฝนเอง ลองดูโปรแกรมทัวร์เวียดนามทั้งหมดของ TDTแล้วทักมาคุยกันได้เลย
ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเดินทาง