เที่ยวฮอกไกโดควรไปกี่คืน ซัปโปโรเป็นฐาน โอตารุไปเช้าเย็นกลับได้ไหม ฮาโกดาเตะไกลขนาดนี้คุ้มไหม นิเซโกะไปตอนไหนดี พร้อมเทียบหิมะแรกซัปโปโรกับฮาโกดาเตะจากสถิติจริง
ใครกำลังกางแผนฮอกไกโดอยู่ตอนนี้น่าจะเจอปัญหาเดียวกัน มีเวลาแค่ 5 ถึง 7 วัน แต่เมืองที่อยากไปมีทั้งซัปโปโร โอตารุ ฮาโกดาเตะ และนิเซโกะ ยัดทุกเมืองลงทริปเดียวก็กลัวเหนื่อยเกินไป ตัดเมืองไหนออกก็กลัวเสียดายทีหลัง
บทความนี้ขอตอบคำถามที่ตัดสินใจยากที่สุดก่อน คือควรใช้ซัปโปโรเป็นฐานแล้วตีตั๋วไปกลับแบบไหน ฮาโกดาเตะไกลขนาดนี้ยังคุ้มไหม และนิเซโกะควรไปเฉพาะตอนไหน ทุกตัวเลขอิงเวลาเดินทางจริงจาก JR Hokkaido และสถิติภูมิอากาศจากกรมอุตุฯ ญี่ปุ่น
ใครอยากให้จัดการให้ครบจบในทริปเดียว ลองดูทัวร์ฮอกไกโดของ TDTได้เลย
ส่วนเรื่องงบประมาณและลานสกีแต่ละแห่ง บทความนี้ไม่ได้พูดซ้ำ เพราะมีบทความแยกที่ลงรายละเอียดไว้แล้วทั้งคู่
ก่อนจะเลือกเมือง ลองเช็กจำนวนคืนที่มีก่อน เพราะตัวเลขนี้ตัดตัวเลือกออกไปได้เกินครึ่งตั้งแต่ต้น
เหตุผลที่ตัวเลขคืนสำคัญขนาดนี้ เพราะฮอกไกโดกว้างกว่าที่คิด รถไฟด่วนพิเศษ Hokuto ที่วิ่งระหว่างซัปโปโรกับฮาโกดาเตะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาทีต่อเที่ยว ตามข้อมูลของ JR Hokkaido เอง
ส่วนสนามบินนิวชิโตเสะกลับอยู่ใกล้ซัปโปโรมากกว่าที่อื่น รถไฟด่วนพิเศษเร็วที่สุดใช้เวลาแค่ 33 นาทีจากสนามบินถึงซัปโปโร ซัปโปโรจึงกลายเป็นฐานที่ทุกแผนควรมีอยู่แล้วโดยธรรมชาติ
ซัปโปโรคือจุดที่รถไฟทุกสายวิ่งผ่าน ทั้งสายไปสนามบิน สายไปโอตารุ และสายด่วนพิเศษ Hokuto ที่ไปฮาโกดาเตะ นอนซัปโปโรแล้ววิ่งเช้าเย็นกลับจึงง่ายกว่าย้ายที่พักไปเรื่อยๆ มาก
หลายคนไม่รู้ว่าซัปโปโรเองก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไม่ต้องเดินทางไกล ถนนแปะก๊วยที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโดเปลี่ยนสีช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน ตามข้อมูลของ JR Hokkaido เดินจากสถานีซัปโปโรแค่ 15 นาทีก็ถึง

พอเข้าปลายเดือนพฤศจิกายน ซัปโปโรจะเปลี่ยนโหมดจากใบไม้ร่วงเป็นไฟประดับ ปกติสวนโอโดริจะมีงาน German Christmas Market ไปจนถึงวันที่ 25 ธันวาคม และไฟ White Illumination ยาวถึงราวกลางเดือนมีนาคมปีถัดไป ถ้าทริปตกช่วงนี้พอดีก็ถือเป็นโบนัส
โอตารุอยู่บนเส้นทางเดียวกับรถไฟด่วนพิเศษที่วิ่งจากสนามบินนิวชิโตเสะผ่านซัปโปโรไปต่อ ขบวนที่เร็วที่สุดใช้เวลาแค่ 73 นาทีจากสนามบินถึงโอตารุ ซึ่งรวมช่วงที่แวะซัปโปโรไว้แล้ว แปลว่าถ้านอนซัปโปโรอยู่ การไปโอตารุแบบเช้าไปเย็นกลับทำได้สบายๆ ไม่ต้องขนกระเป๋าย้ายที่พัก
คลองโอตารุสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 1923 ตามข้อมูลของเทศบาลเมืองโอตารุ ความพิเศษคือคลองนี้ไม่ได้ขุดจากแผ่นดิน แต่ถมทะเลออกไป ทำให้แนวคลองโค้งอ่อนๆ แทนที่จะตรงเป๊ะ
ความยาวทั้งหมด 1,140 เมตร มีโคมแก๊สเรียงรายอยู่ริมทางเดิน 63 ต้น และโกดังอิฐเก่าแก่ริมคลองหลายหลังก็ถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารในปัจจุบัน เดินจากสถานีโอตารุแค่ 8 นาทีก็ถึง

คำตอบเรื่องเช้าไปเย็นกลับหรือค้างคืนขึ้นกับว่าอยากเห็นคลองตอนกลางคืนหรือเปล่า บรรยากาศตอนกลางวันกับตอนโคมแก๊สเริ่มติดไฟนั้นคนละเรื่องกันเลย ถ้าอยากได้ภาพกลางคืนแบบไม่ต้องรีบขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้าย หาที่พักในโอตารุสักคืนก็คุ้มค่ากว่า
ต่างจากโอตารุที่แทบไม่มีข้อเสีย ฮาโกดาเตะกับนิเซโกะมีเงื่อนไขที่ควรรู้ก่อนใส่ลงในทริป ทั้งคู่ใช้เวลาเดินทางมากกว่า และให้ผลตอบแทนต่างกันไปตามฤดูกาล
คำตอบตรงๆ คือคุ้ม แต่ต้องกันเวลาให้พอ รถไฟด่วนพิเศษ Hokuto จากซัปโปโรใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาทีต่อเที่ยว ไปกลับวันเดียวแทบไม่เหลือเวลาเที่ยว ฮาโกดาเตะจึงควรมีอย่างน้อยหนึ่งคืน ไม่ใช่ทริปเช้าไปเย็นกลับแบบโอตารุ
ใครที่บินเข้าฮอนชูก่อนแล้วนั่งชินคันเซ็นต่อมาก็ต้องรู้ไว้ว่าชินคันเซ็นสายฮอกไกโดตอนนี้สุดสายอยู่แค่สถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ ยังไม่วิ่งเข้าไปถึงซัปโปโร
ช่วงชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะถึงซัปโปโรยังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ตามข้อมูลของเทศบาลเมืองฮาโกดาเตะที่ตั้งเป้าให้เสร็จปีงบประมาณ 2030 เป็นต้นไป จากสถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะต้องต่อรถไฟ Hakodate Liner เข้าตัวเมืองฮาโกดาเตะอีกที เร็วสุด 15 นาที
สิ่งที่คุ้มกับการเดินทางไกลคือวิวกลางคืนจากภูเขาฮาโกดาเตะ ซึ่งเว็บไซต์ของกระเช้าเองระบุว่าเคยถูกแนะนำด้วยเรตติ้งสามดาวจากมิชลิน กรีนไกด์ ญี่ปุ่น รวมถึงป้อมดาวโกเรียวคาคุและตลาดเช้าที่เดินถึงจากสถานีฮาโกดาเตะได้

แต่มีเรื่องสำคัญที่ต้องเช็กก่อนจอง กระเช้าภูเขาฮาโกดาเตะประกาศปิดซ่อมบำรุงตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมถึง 8 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งตกอยู่ในช่วงใบไม้ร่วงพอดี ใครวางแผนไปช่วงนี้ควรเช็กเว็บไซต์ทางการอีกครั้งก่อนจองตั๋วเครื่องบินหรือที่พัก


นิเซโกะต่างจากอีกสามเมืองตรงที่ไม่มีรถไฟด่วนพิเศษวิ่งตรงเข้าไปทุกวัน ต้องนั่งรถไฟสายเดียวกับที่ไปโอตารุ แล้วต่อรถอีกทีที่สถานีโอตารุไปคุตชังหรือนิเซโกะ
บัตร IC อย่าง Kitaca ก็ใช้ไม่ได้เกินสถานีโอตารุด้วย ต้องซื้อตั๋วกระดาษล่วงหน้าจากสถานีต้นทาง ตามข้อมูลของ JR Hokkaido
ถ้าเป้าหมายคือเล่นสกี ต้องรอให้ลานเปิดก่อน ฤดูสกีของนิเซโกะเริ่มปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมปีถัดไป ตามข้อมูลของ JR Hokkaido แปลว่าไปช่วงตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายนจะยังไม่มีหิมะให้เล่น
รายละเอียดแต่ละลานสกีมีคุยไว้แล้วในบทความคู่มือเล่นสกีฮอกไกโด
แต่ถ้าเป้าหมายคือออนเซ็น นิเซโกะไปได้ทุกฤดู ออนเซ็นคมบุที่อยู่เชิงเขานิเซโกะอันนุปุริได้รับการรับรองเป็นแหล่งน้ำพุร้อนเพื่อสุขภาพระดับประเทศจากรัฐบาลญี่ปุ่น ตามข้อมูลของเว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการของฮอกไกโด นั่งรถจากสถานีนิเซโกะแค่ 15 นาทีก็ถึง
มีอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ JR Hokkaido เคยเดินขบวนรถด่วนพิเศษชื่อ "นิเซโกะ" ที่วิ่งจากซัปโปโรผ่านโอตารุ ยอยจิ คุตชัง นิเซโกะ ไปจนถึงฮาโกดาเตะในเที่ยวเดียว แต่ฉบับปี 2026 วิ่งเฉพาะวันที่ 5 ถึง 27 กันยายนเท่านั้น รวม 16 วัน ตามประกาศของ JR Hokkaido
จึงไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับทริปช่วงตุลาคมถึงธันวาคม สรุปแล้วถ้าไม่ได้ตั้งใจเล่นสกีหรือแช่ออนเซ็นจริงจัง การตัดนิเซโกะออกจากทริป 5 ถึง 6 คืนแล้วเก็บเวลาให้สามเมืองแรกจะคุ้มกว่า
คำตอบทั้งหมดข้างบนเปลี่ยนไปตามฤดู เพราะซัปโปโรกับฮาโกดาเตะเข้าหน้าหนาวไม่พร้อมกัน ตามสถิติภูมิอากาศเฉลี่ยปี 1991 ถึง 2020 ของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น หิมะแรกของซัปโปโรตกเฉลี่ยวันที่ 28 ตุลาคม ส่วนฮาโกดาเตะตกเฉลี่ยวันที่ 1 พฤศจิกายน ต่างกันไม่มาก
แต่หิมะที่ตกแล้วอยู่ค้างพื้นจริงๆ ต่างกันเกือบสองสัปดาห์ ซัปโปโรเริ่มมีหิมะค้างพื้นเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม ขณะที่ฮาโกดาเตะต้องรอถึงช่วงวันที่ 15 ถึง 19 ธันวาคม

| เดือน | อุณหภูมิเฉลี่ยซัปโปโร | อุณหภูมิเฉลี่ยฮาโกดาเตะ |
|---|---|---|
| ตุลาคม | 12.1°C | 12.5°C |
| พฤศจิกายน | 5.2°C | 6.0°C |
| ธันวาคม | -0.9°C | -0.1°C |
แปลว่าถ้าไปช่วงต้นเดือนธันวาคม ซัปโปโรอาจเข้าหน้าหนาวเต็มตัวแล้ว ขณะที่ฮาโกดาเตะซึ่งอยู่ใต้ลงมาและติดทะเลอาจยังเห็นพื้นดินโล่งอยู่บ้าง ทริปเดียวกันจึงเจอสองบรรยากาศคนละแบบได้
ส่วนใครเล็งช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ข่าวดีคือจุดชมใบไม้หลักของซัปโปโร โอตารุ และฮาโกดาเตะเปลี่ยนสีในช่วงเวลาใกล้เคียงกันมาก
ถนนแปะก๊วยที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโดและคลองโอตารุอยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน อุทยานโอนุมะก็ช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนเช่นกัน
ส่วนสวนโกเรียวคาคุที่ฮาโกดาเตะจะเปลี่ยนสีเร็วกว่าเล็กน้อยคือกลางถึงปลายเดือนตุลาคม ตามข้อมูลของ JR Hokkaido ทั้งหมด แปลว่าถ้าจัดทริปให้ตกช่วงปลายเดือนตุลาคม มีโอกาสเห็นใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมกันเกือบทุกเมืองในทริปเดียว
แต่ปี 2569 นี้มีข้อแลก ช่วงปลายตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนตรงกับที่กระเช้าภูเขาฮาโกดาเตะปิดซ่อม ใครอยากได้ทั้งใบไม้และวิวกลางคืนฮาโกดาเตะด้วยกระเช้า ควรเล็งกลางเดือนตุลาคมก่อนวันที่ 20 แทน
TDT เองก็จัดทริปตามจังหวะนี้อยู่แล้ว ทั้งทริปฮอกไกโดโอตารุช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคมถึงพฤศจิกายน) กับอีกทริปช่วงหิมะแรกที่จัดครบทั้งซัปโปโร โอตารุ นิเซโกะ และฮาโกดาเตะในทริปเดียวช่วงเดือนธันวาคม
ซื้อตั๋วก่อนถึงโอตารุถ้าจะต่อไปนิเซโกะ บัตร IC อย่าง Kitaca ใช้ได้แค่ถึงสถานีโอตารุ เกินจากนั้นต้องซื้อตั๋วกระดาษที่เคาน์เตอร์หรือตู้จำหน่ายตั๋วล่วงหน้า อย่าเผื่อใจว่าแตะบัตรได้ตลอดทาง
เช็กสถานะกระเช้าฮาโกดาเตะก่อนจองเที่ยวบิน โดยเฉพาะช่วง 20 ตุลาคมถึง 8 พฤศจิกายน 2026 ที่ปิดซ่อมบำรุงตามกฎหมาย เพราะทับกับช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพอดี
เล็งกลางถึงปลายเดือนตุลาคมถ้าอยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสีทุกเมือง ซัปโปโร โอตารุ และฮาโกดาเตะเปลี่ยนสีในช่วงใกล้เคียงกัน แค่ปีนี้ต้องดูวันปิดกระเช้าประกอบด้วย
คำนวณเวลาให้ Hokuto เผื่อไว้เกินสี่ชั่วโมง เพราะ 3 ชั่วโมง 50 นาทีคือเวลาวิ่งจริงบนราง ยังไม่รวมเวลารอเปลี่ยนขบวนหรือช่วงที่รถไฟล่าช้าตามสภาพอากาศ
อยากรู้งบประมาณ เรื่องงบทั้งหมดมีสรุปไว้แล้วในบทความค่าใช้จ่ายเที่ยวฮอกไกโด
ลังเลว่าจะซื้อ JR Pass ดีไหม ลองอ่านJR Pass คุ้มไหมประกอบการตัดสินใจก่อนจอง
อยากให้มีคนจัดเส้นทางและตั๋วรถไฟให้ครบก็มีตัวเลือก ลองดูทัวร์ฮอกไกโดของ TDTไว้เทียบกับแผนที่วางเองก็ได้เหมือนกัน
จริง ตามสถิติกรมอุตุฯ ญี่ปุ่นปี 1991 ถึง 2020 ซัปโปโรมีหิมะค้างพื้นเฉลี่ยตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม ส่วนฮาโกดาเตะซึ่งอยู่ใต้กว่าและติดทะเลจะรอไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม ต่างกันประมาณสองสัปดาห์
ไปเช้าเย็นกลับได้สบาย เพราะรถไฟด่วนพิเศษจากสนามบินผ่านซัปโปโรถึงโอตารุใช้เวลาเร็วสุดแค่ 73 นาที ค้างคืนจะคุ้มก็ต่อเมื่ออยากเห็นคลองตอนกลางคืนแบบไม่ต้องรีบขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้าย
ถ้าตั้งใจเล่นสกีจะยังไม่คุ้ม เพราะลานสกีเปิดปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป แต่ถ้าตั้งใจไปแช่ออนเซ็นคมบุที่ได้รับการรับรองระดับประเทศ ไปได้ทุกฤดูอยู่แล้ว
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบอิเล็กทรอนิกส์เดินทางเข้าญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้ไม่เกิน 15 วัน ตามมาตรการยกเว้นวีซ่าที่บังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2013
ยัง ปัจจุบันชินคันเซ็นสายฮอกไกโดวิ่งสุดสายที่สถานีชินฮาโกดาเตะโฮคุโตะ ส่วนช่วงที่เหลือไปซัปโปโรอยู่ระหว่างก่อสร้าง ตามข้อมูลของเทศบาลเมืองฮาโกดาเตะที่ตั้งเป้าให้เสร็จปีงบประมาณ 2030 เป็นต้นไป
ถ้าไม่อยากมานั่งคำนวณตารางรถไฟเอง พวกเรา Travel Design Team ก็จัดทริปฮอกไกโดแบบนี้อยู่เป็นประจำ ทั้งแบบกรุ๊ปทัวร์และแบบส่วนตัว
ทักมาบอกพวกเราได้เลยว่ามีกี่วันและอยากได้บรรยากาศแบบไหน ใบไม้เปลี่ยนสี หิมะแรก หรือสายสกีเต็มตัว เดี๋ยวพวกเราช่วยจัดเส้นทางและที่พักให้ลงตัวพอดีกับช่วงเวลาที่ไปเอง
ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเดินทาง