ไปเที่ยวหน้าหนาวแล้วกระเป๋าเต็มเกินน้ำหนัก สรุปกฎกระเป๋าถือและกระเป๋าเช็กอินของ AirAsia ไทยเวียตเจ็ท สกู๊ต การบินไทย ซื้อเพิ่มตอนจองคุ้มไหม ถุงสุญญากาศช่วยไหม
เสื้อโค้ทตัวหนา ฮีทเทค ถุงเท้า เสื้อกันหนาวอีกสองสามตัว พอเก็บของไปเที่ยวหน้าหนาวทีไร กระเป๋าก็ตุงเต็มก่อนใส่ของอย่างอื่นเสียอีก คำถามที่ตามมาคือ จะจ่ายเพิ่มซื้อน้ำหนักกระเป๋า หรือพยายามบีบทุกอย่างให้อยู่ในโควตาที่มี
บทความนี้ช่วยตัดสินใจเรื่องนั้น โดยอ้างจากหน้าสัมภาระของสายการบินเอง ทั้งน้ำหนัก จำนวนชิ้น และขนาดกระเป๋า
ใครอยากให้จัดการตั๋วและโปรแกรมให้ครบจบในทริปเดียว ลองดูทัวร์ญี่ปุ่นของ TDTได้เลย
พอเห็นกระเป๋าเริ่มเกินน้ำหนัก ทางออกจริงๆ มีอยู่สามทางเท่านั้น
ทางไหนคุ้มที่สุดขึ้นอยู่กับสองอย่าง ตั๋วของคุณมีกระเป๋าเช็กอินรวมมาแล้วหรือเปล่า และสายการบินจำกัดอะไรไว้บ้าง ขอไล่ดูกฎของแต่ละสายการบินก่อน
ตารางนี้สรุปจากหน้าทางการของแต่ละสายการบิน (เก็บข้อมูลวันที่ 8 ตุลาคม 2569) กฎเปลี่ยนได้ และแพ็กเกจตั๋วแต่ละแบบให้ไม่เท่ากัน ให้ยึดรายละเอียดบนตั๋วหรือหน้าจองของคุณเป็นหลัก
| สายการบิน | กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง | กระเป๋าเช็กอิน |
|---|---|---|
| AirAsia (FD, XJ) | 2 ชิ้น รวมไม่เกิน 7 กก. | ซื้อเพิ่ม (รวมมาในบางแพ็กเกจ) กระเป๋าใบละไม่เกิน 32 กก. |
| ไทยเวียตเจ็ท | 2 ชิ้น รวมไม่เกิน 7 กก. | ใบละไม่เกิน 32 กก. |
| สกู๊ต (Scoot) | 2 ชิ้น รวมไม่เกิน 10 กก. | ขึ้นกับแพ็กเกจตั๋ว บางแพ็กเกจไม่มีให้ ใบละไม่เกิน 32 กก. |
| การบินไทย | 1 ชิ้น ไม่เกิน 7 กก. | เที่ยวบินในเอเชีย ตั๋วใหม่ คิดเป็นจำนวนชิ้น ชิ้นละ 23 กก. |
หน้าสัมภาระของ AirAsia ระบุว่านำสัมภาระพกพาขึ้นเครื่องได้ 2 ชิ้น น้ำหนักรวมไม่เกิน 7 กก. ใบใหญ่ 56 x 23 x 36 ซม. และใบเล็ก 40 x 30 x 10 ซม. ถ้าไม่พอ มีบริการ Xtra Carry-On เพิ่มอีก 7 กก. รวมเป็น 14 กก. แต่กระเป๋าหนึ่งใบต้องไม่เกิน 10 กก.
กระเป๋าเช็กอินใบหนึ่งหนักได้ไม่เกิน 32 กก. ขนาดไม่เกิน 119 x 119 x 81 ซม. ผู้โดยสารที่ซื้อแพ็ก Value Pack, Premium Flex หรือ Premium Flatbed จะมีน้ำหนักกระเป๋าเช็กอินรวมมาแล้ว ส่วนตั๋วราคาประหยัดทั่วไปต้องเลือกซื้อเอง
เว็บไซต์ไทยเวียตเจ็ทระบุให้นำสัมภาระขึ้นเครื่องได้ 2 ชิ้น ชิ้นแรกไม่เกิน 56 x 36 x 23 ซม. ชิ้นที่สองเป็นกระเป๋าใบเล็กที่ต้องวางใต้เบาะข้างหน้าได้ น้ำหนักรวมสองชิ้นไม่เกิน 7 กก.
กระเป๋าเช็กอินแต่ละใบต้องไม่เกิน 119 x 119 x 81 ซม. และหนักไม่เกิน 32 กก. มีบริการ Extra Carry-On ให้เพิ่มเป็นรวม 10 กก. (ใบหลักไม่เกิน 7 กก. ใบเล็กไม่เกิน 3 กก.) ใช้ได้กับเที่ยวบินของไทยเวียตเจ็ทเท่านั้น
ข้อกำหนดการขนส่งของสกู๊ตให้ผู้โดยสารชั้นประหยัดถือขึ้นเครื่องได้ 2 ชิ้น น้ำหนักรวมไม่เกิน 10 กก. ชิ้นใหญ่ไม่เกิน 54 x 38 x 23 ซม. ชิ้นเล็กไม่เกิน 40 x 30 x 10 ซม.
น้ำหนักกระเป๋าเช็กอินขึ้นกับแพ็กเกจตั๋วที่ซื้อ บางแพ็กเกจไม่มีให้เลย และสกู๊ตไม่รับกระเป๋าเช็กอินใบที่หนักเกิน 32 กก. ส่วนกระเป๋าเกินโควตา สกู๊ตเขียนไว้ว่าอาจรับให้โดยคิดค่าธรรมเนียม ขึ้นกับน้ำหนักบรรทุกของเที่ยวบินนั้น
การบินไทยให้กระเป๋าถือชั้นประหยัด 1 ชิ้น หนักไม่เกิน 7 กก. ขนาดไม่เกิน 56 x 45 x 25 ซม. และมีของชิ้นเล็กอย่างกระเป๋าถือหรือโน้ตบุ๊กอีกชิ้น ขนาดไม่เกิน 37.5 x 25 x 12.5 ซม. หนักไม่เกิน 1.5 กก. ที่เคาน์เตอร์เช็กอินหรือหน้าประตูขึ้นเครื่องอาจสุ่มชั่งน้ำหนัก
ตั๋วที่ขายตั้งแต่ 25 พฤศจิกายน 2568 สำหรับเดินทางตั้งแต่ 2 มีนาคม 2569 ในเอเชีย การบินไทยคิดเป็นจำนวนชิ้น ชั้นประหยัดแบบ Flex หรือ Full Flex ได้ 2 ชิ้น ชิ้นละ 23 กก. ส่วน Standard และ Saver ได้ 1 ชิ้น 23 กก. แต่ละชิ้นต้องมีขนาดรวมสามด้านไม่เกิน 158 ซม.
หน้าสัมภาระของการบินไทยยังมีตารางแบบน้ำหนักรวมของตั๋วเก่าปนอยู่ด้วย ถ้าไม่แน่ใจว่าตั๋วของคุณใช้แบบไหน ให้ดูเงื่อนไขในตั๋ว หรือโทร 02-356-1111
ส่วนไทยไลอ้อนแอร์ เรายังตรวจกฎจากหน้าทางการของเขาไม่ได้ จึงไม่ใส่ตัวเลขในบทความนี้ ใครบินสายนี้ให้เช็กจากหน้าจองโดยตรง

ถ้ารู้ตั้งแต่ตอนจองว่ากระเป๋าไม่พอ ซื้อตอนนั้นคุ้มกว่า AirAsia เขียนไว้บนหน้าสัมภาระเองว่า ซื้อน้ำหนักกระเป๋าล่วงหน้าประหยัดได้สูงสุด 80% และราคาที่สนามบินสูงกว่า โดยมีหมายเหตุว่าอาจมีข้อยกเว้น และเป็นการเทียบกับราคาที่เคาน์เตอร์สนามบิน
การบินไทยก็มีบริการซื้อน้ำหนักส่วนเกินออนไลน์ ต้องซื้ออย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเที่ยวบินออก และเขียนไว้ว่าค่าธรรมเนียมออนไลน์อาจต่างจากการซื้อที่เคาน์เตอร์ในวันเดินทาง
ส่วนราคาจริงเป็นเท่าไร เราไม่ใส่ตัวเลขให้ เพราะแต่ละสายการบินเปลี่ยนตามเส้นทาง ช่วงเวลา และวันที่ซื้อ ราคาที่แม่นที่สุดคือราคาที่ขึ้นในหน้าจองของคุณวันนั้น ทั้งไทยเวียตเจ็ทและสกู๊ตไม่ได้ระบุส่วนต่างราคาล่วงหน้ากับที่สนามบินไว้ในหน้าที่เราตรวจ จึงไม่ขอเดาให้
ถุงสุญญากาศไล่อากาศออก ทำให้เสื้อผ้าหนาๆ แบนลง ปริมาตรลดจริง แต่น้ำหนักไม่ลดเลย เสื้อโค้ทตัวเดิมอัดแล้วก็ยังหนักเท่าเดิม
เพราะสายการบินกำหนดทั้งน้ำหนักและขนาดของกระเป๋า ถุงสุญญากาศเลยช่วยเรื่องขนาดกับการจัดกระเป๋าให้พอดี เช่น ยัดเสื้อกันหนาวเข้ากระเป๋าถือใบ 56 ซม. ได้หมด แต่ไม่ช่วยถ้าเลข 7 กก. คือตัวติด
สรุปง่ายๆ ถ้ากระเป๋าเต็มเพราะของฟู ถุงสุญญากาศช่วยได้ ถ้ากระเป๋าหนักเกินเพราะของเยอะ ต้องลดของหรือซื้อน้ำหนักเพิ่ม
ทางที่เสียเงินน้อยที่สุดคือใส่ของที่หนาและหนักที่สุดติดตัว ในหน้าสัมภาระที่เราตรวจ กฎทั้งหมดเขียนถึงน้ำหนักและขนาดของกระเป๋า ไม่มีข้อไหนเขียนถึงของที่ใส่อยู่บนตัว เสื้อโค้ทตัวหนา บูทหรือรองเท้าหุ้มข้อเลยเป็นของที่หลายคนเลือกใส่ขึ้นเครื่อง

อย่าลืมว่าเจ้าหน้าที่สนามบินอาจสุ่มชั่งกระเป๋าถือที่เคาน์เตอร์หรือหน้าประตูขึ้นเครื่อง (การบินไทยเขียนไว้ตรงๆ) ถ้ายัดของหนักๆ ใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กแทนที่จะใส่ตัว น้ำหนักตรงนั้นก็ยังนับอยู่ดี
โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นหน้าหนาวของ TDT ที่เปิดขายอยู่ตอนนี้ เขียนในรายการ "รวมในแพ็คเกจ" ว่าค่าตั๋วเครื่องบินรวมน้ำหนักกระเป๋าถือและกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องตามที่สายการบินกำหนด
ส่วนรายการ "ไม่รวม" เขียนว่าค่าธรรมเนียมกรณีกระเป๋าสัมภาระมีน้ำหนักเกินหรือขนาดเกินมาตรฐาน ผู้เดินทางจ่ายเอง
ตัวอย่างโปรแกรมที่ใช้ข้อความนี้
หน้าโปรแกรมไม่ได้ระบุเลขกิโลกรัม จึงควรถามทีมงานก่อนจองว่าโปรแกรมที่สนใจได้น้ำหนักกระเป๋าเช็กอินเท่าไร และถ้าหนักเกินต้องจ่ายอย่างไร อย่าเพิ่งสันนิษฐานว่าทุกสายการบินให้เท่ากัน
ทำลิสต์ก่อนแพ็ก ยังไม่แน่ใจว่าควรพกเสื้อผ้าอะไรบ้าง ดูลิสต์ของที่ต้องพกไปเที่ยวหน้าหนาวก่อนเริ่มจัด จะได้ไม่ยัดของเกินจำเป็น
ชั่งกระเป๋าที่บ้านก่อน ชั่งตั้งแต่ก่อนวันเดินทางหลายวัน จะได้มีเวลาเอาของออกหรือตัดสินใจซื้อน้ำหนักเพิ่มตอนที่ยังซื้อล่วงหน้าได้
เผื่อที่ไว้สำหรับขากลับ ขามาเต็มพิกัดพอดี ขากลับก็ไม่มีที่ใส่ของฝาก ลองดูเรื่องช้อปปิ้งปลอดภาษีในญี่ปุ่นประกอบการเผื่อที่
แยกของถือขึ้นเครื่องให้ถูก แบตสำรองต้องอยู่ในกระเป๋าถือเท่านั้น รายละเอียดอ่านที่กฎแบตสำรองบนเที่ยวบินในเอเชีย
ของใช้จุกจิกที่หาซื้อง่าย ซื้อที่ปลายทาง ถ้าของชิ้นไหนหาได้ตามร้านที่นั่น ก็ไม่ต้องแบกไปตั้งแต่เมืองไทย
ใส่ชุดที่หนาที่สุดไปสนามบิน แล้วถอดพับเก็บบนเครื่องได้
ไม่ ถุงสุญญากาศลดปริมาตร แต่น้ำหนักเท่าเดิม สายการบินกำหนดน้ำหนักไว้ชัดเจน เช่น กระเป๋าถือของ AirAsia และไทยเวียตเจ็ทรวมไม่เกิน 7 กก. จึงช่วยได้เฉพาะเรื่องขนาดและพื้นที่
AirAsia ไทยเวียตเจ็ท และสกู๊ต ต่างเขียนไว้ว่ากระเป๋าแต่ละใบไม่เกิน 32 กก. การบินไทยในเส้นทางที่ใช้ระบบจำนวนชิ้นให้ชิ้นละ 23 กก.
AirAsia ระบุบนหน้าสัมภาระว่าซื้อล่วงหน้าประหยัดได้สูงสุด 80% เมื่อเทียบกับราคาที่เคาน์เตอร์ การบินไทยระบุว่าค่าธรรมเนียมออนไลน์อาจต่างจากที่สนามบิน ราคาจริงเปลี่ยนตามเส้นทางและวันที่ซื้อ
กฎในหน้าสัมภาระที่เราตรวจเขียนถึงน้ำหนักและขนาดของกระเป๋า ไม่มีข้อไหนเขียนถึงของที่ใส่อยู่บนตัว หลายคนจึงใส่เสื้อโค้ทและรองเท้าตัวหนักที่สุดขึ้นเครื่อง
หน้าโปรแกรมของ TDT เขียนว่ารวมน้ำหนักกระเป๋าตามที่สายการบินกำหนด แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขกิโลกรัม ให้สอบถามทีมงานตามโปรแกรมที่สนใจ
ภาพในบทความนี้เป็นภาพสาธารณสมบัติและ CC0 จาก Wikimedia Commons ตามที่ระบุใต้ภาพแต่ละภาพ
ถ้าเรื่องกระเป๋าเคลียร์แล้ว เหลือแค่เลือกโปรแกรมที่ใช่ พวกเรามีโปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่นหน้าหนาวให้เลือกหลายแบบ
ใครอยากรู้เรื่องน้ำหนักกระเป๋าของโปรแกรมไหนเป็นพิเศษ ทักมาถามทีมงานได้เลย
ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเดินทาง