ช้อปปิ้งญี่ปุ่นปลอดภาษี เปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษี 1 พ.ย. 2569 ต้องรู้อะไรบ้าง
🎒 ก่อนการเดินทาง

ช้อปปิ้งญี่ปุ่นปลอดภาษี เปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษี 1 พ.ย. 2569 ต้องรู้อะไรบ้าง

Travel Design Team
20 Sep 2026
26 ครั้ง

ช้อปปิ้งญี่ปุ่นปลอดภาษีเปลี่ยนเป็นระบบคืนภาษี 1 พ.ย. 2569 สรุปกฎก่อนและหลังวันนั้น ขั้นตอนที่ร้านและที่สนามบิน กรณีของสิ้นเปลืองที่แกะใช้ไปแล้ว

ใครที่วางแผนช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่นช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป มีเรื่องสำคัญต้องรู้ก่อนเดินทาง เพราะระบบปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังจะเปลี่ยนวิธีทำงานทั้งหมด

จากเดิมที่ได้ราคาปลอดภาษีทันทีตอนจ่ายเงินที่ร้าน จะกลายเป็นต้องจ่ายเต็มราคาก่อน แล้วไปขอคืนภาษีตอนออกจากประเทศแทน การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกับการขายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เป็นกฎหมายภาษีที่ผ่านสภาแล้วจริง

บทความนี้เลยขอสรุปให้ชัดว่าทริปก่อนวันนั้นกับทริปหลังวันนั้นต้องทำตัวต่างกันยังไง และทั้งที่ร้านกับที่สนามบินต้องเตรียมอะไรบ้าง ใครอยากให้จัดการทริปช้อปปิ้งญี่ปุ่นให้ครบจบในทริปเดียว ลองดูทัวร์ญี่ปุ่นของ TDTได้เลย

สรุปสั้นๆ ก่อนเข้าเนื้อหา

  • ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569 ร้านจะขายสินค้าปลอดภาษีในราคารวมภาษีก่อน แล้วคืนเงินภาษีให้หลังผ่านการตรวจที่สนามบิน
  • ต้องผ่านการตรวจจากศุลกากรภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ และต้องทำก่อนเช็คอินโหลดกระเป๋าเสมอ
  • ยกเลิกการแบ่งสินค้าทั่วไปกับของสิ้นเปลือง พร้อมยกเลิกเพดานซื้อของสิ้นเปลือง 5 แสนเยน และการห่อปิดผนึกพิเศษ
  • ขั้นต่ำการซื้อยังอยู่ที่ 5,000 เยนต่อร้านต่อวันเหมือนเดิม แต่หลัง 1 พ.ย. นับรวมทุกประเภทสินค้าเป็นยอดเดียว ไม่แยกคำนวณอีกต่อไป
  • การส่งของแยกทางไปรษณีย์กลับบ้านถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ 31 มี.ค. 2568 เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรอบเดือนพฤศจิกายน
ป้าย Tax-free Shop ในย่านช้อปปิ้งทานุกิโคจิ ซัปโปโร
ป้าย Tax-free Shop ในย่านช้อปปิ้งทานุกิโคจิ ซัปโปโร

ไปก่อน 1 พ.ย. 2569 ยังใช้ระบบเดิม

ถ้าทริปของใครอยู่ก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ระบบที่ใช้อยู่ตอนนี้ยังเป็นแบบเดิมทุกอย่าง คือโชว์พาสปอร์ตที่ร้าน ซื้อครบตามเงื่อนไข แล้วจ่ายเป็นราคาปลอดภาษีทันทีที่แคชเชียร์ ไม่ต้องรอคืนเงินทีหลัง

สินค้าแบ่งเป็นสองกลุ่มที่กฎไม่เหมือนกัน กลุ่มแรกคือสินค้าทั่วไปอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า กระเป๋า เสื้อผ้า ซื้อรวมกันที่ร้านเดียวกันวันเดียวกันตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไปก็ปลอดภาษีได้ ไม่มีเพดานบน และใช้งานในญี่ปุ่นก่อนกลับได้เลยไม่มีปัญหา

กลุ่มที่สองคือของสิ้นเปลืองอย่างอาหาร เครื่องดื่ม ยา เครื่องสำอาง ต้องซื้อรวมกันตั้งแต่ 5,000 ถึง 500,000 เยน ร้านต้องห่อใส่ถุงปิดผนึกพิเศษที่เห็นได้ชัดว่าเปิดหรือยัง ห้ามเปิดหรือกินใช้ในญี่ปุ่นเด็ดขาด

ถ้าเปิดถุงหรือกินไปแม้แต่นิดเดียว ตอนออกนอกประเทศศุลกากรมีสิทธิ์เรียกเก็บภาษีที่เคยได้รับการยกเว้นคืนได้ทันที

ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569 จ่ายเต็มราคาก่อน แล้วขอคืนทีหลัง

นี่คือใจความหลักของการเปลี่ยนแปลง หลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ร้านค้าจะขายสินค้าปลอดภาษีทุกชิ้นในราคาที่รวมภาษีบริโภคเต็มจำนวนตั้งแต่แคชเชียร์ ไม่มีราคาพิเศษให้เห็นตอนจ่ายเงินอีกแล้ว

เงินภาษีจะได้คืนก็ต่อเมื่อศุลกากรที่สนามบินหรือท่าเรือยืนยันแล้วว่านำสินค้าออกนอกประเทศจริง เงื่อนไขสำคัญคือต้องผ่านการตรวจนี้ภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อ

ถ้าซื้อวันที่ 1 ตุลาคมแล้วผ่านการตรวจวันที่ 1 ธันวาคม ถือว่าทันเวลาเพราะยังไม่เกิน 90 วัน แต่ถ้าซื้อวันที่ 1 สิงหาคมแล้วเพิ่งไปตรวจวันที่ 1 ธันวาคม จะเกินกำหนดและไม่ได้เงินคืนสำหรับใบเสร็จนั้น

อีกจุดที่ต้องระวังคือการตรวจนับเป็นชุดต่อใบเสร็จ ถ้าซื้อของหลายชิ้นในใบเสร็จเดียวแล้วพกไปสนามบินไม่ครบแม้แต่ชิ้นเดียว สินค้าที่เหลือในใบเสร็จนั้นทั้งหมดจะพลอยไม่ได้รับการยืนยันและไม่ได้เงินคืนไปด้วย

ข่าวดีคือการแบ่งสินค้าทั่วไปกับของสิ้นเปลืองจะถูกยกเลิก พร้อมกับเพดานซื้อของสิ้นเปลือง 500,000 เยนและการห่อปิดผนึกพิเศษ ทำให้ซื้อของกินของใช้ได้สะดวกขึ้นมาก

แต่กฎเรื่องห้ามบริโภคก่อนออกนอกประเทศยังเหมือนเดิมในทางปฏิบัติ ถ้ากินหรือใช้ของสิ้นเปลืองไปแล้วแม้แต่บางส่วน จะไม่สามารถผ่านเครื่องตรวจแบบปกติได้ ต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่เคาน์เตอร์แทนว่ากินไปแล้ว

บรรยากาศในอาเขตช้อปปิ้งทานุกิโคจิ ซัปโปโร คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว
บรรยากาศในอาเขตช้อปปิ้งทานุกิโคจิ ซัปโปโร คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว

ขั้นตอนที่ร้านกับที่สนามบิน หลัง 1 พ.ย. 2569

ที่ร้าน

โชว์พาสปอร์ตให้พนักงานเหมือนเดิม แต่จ่ายเงินเต็มราคารวมภาษี เก็บใบเสร็จการซื้อทุกใบไว้ให้ดี เพราะการตรวจที่สนามบินอ้างอิงจากใบเสร็จแต่ละใบ

ถ้าซื้อสินค้าราคาตั้งแต่ 1,000,000 เยนขึ้นไปก่อนภาษี เช่นนาฬิกาหรูหรือกระเป๋าแบรนด์เนมชิ้นใหญ่ ร้านต้องส่งข้อมูลระบุตัวสินค้าอย่างหมายเลขซีเรียล แบรนด์ และรุ่นให้กรมสรรพากรด้วย

ทางที่ดีให้เก็บใบรับประกันหรือใบรับรองของสินค้าชิ้นนั้นติดตัวไปด้วย เพราะศุลกากรอาจขอดูตอนตรวจยืนยัน

ที่สนามบิน ก่อนขึ้นเครื่อง

ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือต้องผ่านเครื่องยืนยันการนำสินค้าออกนอกประเทศ ก่อนเอากระเป๋าไปเช็คอินโหลดใต้เครื่องเสมอ เครื่องนี้ตั้งอยู่ในโซนทั่วไปของอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ก่อนถึงเคาน์เตอร์โหลดกระเป๋า

สแกนพาสปอร์ตแล้วรอผลไม่กี่วินาที ถ้าเครื่องขึ้นไฟเขียวก็จบขั้นตอนได้เลย แต่ถ้าขึ้นไฟแดงต้องเอาสินค้าที่ซื้อไปให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจดูจริง

จุดที่พลาดแล้วแก้ไม่ได้คือถ้าโหลดกระเป๋าที่มีสินค้าปลอดภาษีเข้าไปในระบบสายการบินไปแล้ว จะดึงกระเป๋ากลับมาทำขั้นตอนนี้ไม่ได้อีกเลย

เพราะฉะนั้นควรไปถึงสนามบินให้เผื่อเวลาไว้เยอะหน่อย และทำขั้นตอนนี้ให้เสร็จก่อนแถวเช็คอินเสมอ

สนามบินที่คนใช้เยอะอย่างนาริตะ ฮาเนดะ คันไซ ชูบุ ฟุกุโอกะ นิวชิโตเสะ และนาฮะ มีอีกทางเลือกคือทำออนไลน์ผ่าน Visit Japan Web โดยต่อไวไฟเฉพาะของขั้นตอนนี้ในโถงขาออก ก่อนถึงจุดตรวจความปลอดภัย

บรรยากาศห้องโถงผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ สนามบินฮาเนดะ
บรรยากาศห้องโถงผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ สนามบินฮาเนดะ

ใช้ของไปแล้ว หรือไม่ผ่านการตรวจ จะเกิดอะไรขึ้น

กรณีที่พบบ่อยที่สุดคือซื้อของกินของใช้มาแล้วแกะกินหรือใช้ไปก่อนออกนอกประเทศ ทั้งในระบบเดิมและระบบใหม่ ถ้าบริโภคของสิ้นเปลืองไปแม้แต่บางส่วน จะไม่สามารถผ่านการตรวจแบบยืนยันส่งออกได้

ต้องไปบอกเจ้าหน้าที่ตรงๆ ว่ากินไปแล้ว ระบบเดิมจะเก็บภาษีที่เคยยกเว้นคืนทันทีที่จุดตรวจ ส่วนในระบบใหม่ ร้านจะไม่คืนเงินภาษีสำหรับชิ้นนั้น เพราะจ่ายเต็มราคาไปตั้งแต่ตอนซื้อแล้ว

ส่วนกรณีที่ศุลกากรยืนยันแล้วว่าสินค้าจะถูกนำออกนอกประเทศ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ส่งออกจริง เช่นเปลี่ยนใจทิ้งไว้ในญี่ปุ่น กฎหมายกำหนดให้เรียกเก็บภาษีที่เคยได้รับการยกเว้นคืนเต็มจำนวน และยังเข้าข่ายมีบทลงโทษตามกฎหมายด้วย

บรรยากาศโถงผู้โดยสารสนามบินนิวชิโตเสะ ฮอกไกโด
บรรยากาศโถงผู้โดยสารสนามบินนิวชิโตเสะ ฮอกไกโด

ภาษีอีกตัวที่แยกกัน ไม่เกี่ยวกับเรื่องช้อปปิ้ง

มีอีกเรื่องที่คนสับสนกับเรื่องนี้บ่อยคือภาษีนักท่องเที่ยวขาออกของญี่ปุ่น เป็นค่าธรรมเนียมที่เก็บจากผู้โดยสารทุกคนตอนออกจากญี่ปุ่นทางเครื่องบินหรือเรือ บวกรวมอยู่ในราคาตั๋วอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับว่าซื้อของหรือเปล่า

ภาษีตัวนี้ปรับขึ้นจาก 1,000 เยนเป็น 3,000 เยนต่อการออกนอกประเทศหนึ่งครั้ง มีผลกับการเดินทางตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งตอนนี้บังคับใช้จริงแล้ว มีข้อยกเว้นให้ตั๋วบางประเภทที่ทำสัญญาซื้อไว้ก่อนวันนั้นยังใช้อัตราเดิม

ทริคก่อนไปช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น

เก็บใบเสร็จทุกใบแยกไว้ไม่ให้หาย เพราะหลัง 1 พ.ย. 2569 การตรวจอ้างอิงเป็นรายใบเสร็จ ใบเสร็จหายเท่ากับเสี่ยงไม่ได้เงินคืนทั้งใบ ทางที่ดีเก็บใส่ซองเดียวกับพาสปอร์ตไว้เลยจะได้ไม่ลืม

วางแผนซื้อของสิ้นเปลืองให้พอดีกับวันเดินทางกลับ ของกินของใช้ที่ตั้งใจแกะกินระหว่างทริปให้ซื้อแยกจากของที่ตั้งใจเอากลับไปขอคืนภาษี จะได้ไม่ต้องมานั่งแยกทีหลังว่าชิ้นไหนกินไปแล้วชิ้นไหนยังไม่แกะ

ไปสนามบินให้เผื่อเวลาไว้เยอะกว่าปกติ โดยเฉพาะทริปที่ซื้อของเยอะ เพราะขั้นตอนยืนยันการส่งออกต้องทำก่อนเช็คอินโหลดกระเป๋าเสมอ ถ้าไปสายจนต้องรีบโหลดกระเป๋าก่อน จะพลาดเงินคืนไปฟรีๆ

ของแบรนด์เนมราคาสูงให้เก็บใบรับประกันติดตัว โดยเฉพาะนาฬิกาหรือกระเป๋าราคาเกินหลักล้านเยน เผื่อศุลกากรขอดูตอนตรวจยืนยัน

เช็กว่าสนามบินที่จะบินออกมีระบบไหนบ้าง ทางเลือกทำผ่าน Visit Japan Web มีเฉพาะ 7 สนามบินที่คนใช้เยอะ ถ้าบินออกจากสนามบินอื่นให้เผื่อเวลาต่อคิวที่เครื่องตรวจไว้ด้วย

ใครยังเลือกเมืองไม่ได้ ลองอ่านเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก เลือกเมืองไหนดีก่อนได้เลย

ส่วนใครเพิ่งเริ่มวางงบทริปอยู่ ลองดูราคาทริปฮอกไกโดต้องเตรียมเท่าไหร่ประกอบการตั้งงบช้อปปิ้งไปด้วยเลย

ถ้าอยากให้มีคนช่วยจัดคิวช้อปปิ้งให้ลงตัวกับที่เที่ยวในทริปเดียวกัน ลองดูแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นของ TDTไว้เป็นตัวเลือกได้

จุดนั่งรอขึ้นเครื่องในโซนผู้โดยสารขาออก สนามบินฮาเนดะ
จุดนั่งรอขึ้นเครื่องในโซนผู้โดยสารขาออก สนามบินฮาเนดะ

คำถามที่คนถามบ่อย

ระบบคืนภาษีใหม่เริ่มใช้วันไหน

เริ่มกับการขายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป ตามกฎหมายภาษีที่ผ่านสภาแล้ว ก่อนวันนั้นยังใช้ระบบเดิมคือได้ราคาปลอดภาษีทันทีที่ร้าน

ซื้อของก่อน 1 พ.ย. 2569 แต่บินกลับหลังวันนั้น ต้องทำยังไง

ระบบที่ใช้ขึ้นอยู่กับวันที่ซื้อ ไม่ใช่วันที่บินกลับ ถ้าซื้อก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จะได้ราคาปลอดภาษีทันทีตามระบบเดิม แม้เที่ยวบินกลับจะอยู่หลังวันนั้นก็ตาม

ขั้นต่ำในการซื้อของปลอดภาษียังเท่าเดิมไหม

ยังอยู่ที่ 5,000 เยนต่อร้านต่อวันเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือหลัง 1 พ.ย. 2569 จะนับรวมสินค้าทุกประเภทเป็นยอดเดียวกัน ไม่ต้องแยกคำนวณระหว่างสินค้าทั่วไปกับของสิ้นเปลืองอีกต่อไป

ลืมทำขั้นตอนตรวจที่สนามบินก่อนโหลดกระเป๋า แก้ไขได้ไหม

แก้ไม่ได้ กระเป๋าที่โหลดเข้าระบบสายการบินไปแล้วดึงกลับมาทำขั้นตอนนี้ไม่ได้อีก ทางเดียวคือไปถึงสนามบินให้เผื่อเวลาไว้เยอะ และทำขั้นตอนยืนยันการส่งออกให้เสร็จก่อนเข้าแถวเช็คอินเสมอ

ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวขาออกที่ปรับขึ้นเกี่ยวกับเรื่องช้อปปิ้งปลอดภาษีไหม

ไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละภาษีกัน ค่าธรรมเนียมนี้เก็บจากผู้โดยสารทุกคนตอนออกนอกประเทศบวกในราคาตั๋วอยู่แล้ว ไม่ว่าจะซื้อของปลอดภาษีหรือไม่ก็ตาม และปรับขึ้นจาก 1,000 เป็น 3,000 เยนไปแล้วตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569

ไปช้อปปิ้งญี่ปุ่นกับพวกเรา TDT กันไหม

พวกเราจัดทริปญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำทุกซีซัน ทั้งโตเกียวช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เส้นโอซาก้า เกียวโต คานาซาวะ โทยามะ ชิราคาวะโกะ ไปจนถึงฮอกไกโดช่วงหิมะแรกของปี แต่ละทริปเราวางเวลาช้อปปิ้งให้พอดีกับที่เที่ยว ไม่ต้องรีบจนพลาดขั้นตอนที่สนามบินตอนขากลับ

ทักมาคุยกับพวกเราได้เลย บอกแค่ว่าอยากไปญี่ปุ่นช่วงไหนและสนใจเมืองไหนเป็นพิเศษ เดี๋ยวพวกเราช่วยจัดเส้นทางและเวลาช้อปปิ้งให้ลงตัวทั้งทริป

โปรแกรมทัวร์ที่เกี่ยวข้อง

แชร์บทความนี้

พร้อมเดินทางแล้ว?

ดูแพ็คเกจทัวร์ที่น่าสนใจ

ดูทัวร์ทั้งหมด

ต้องการความช่วยเหลือ?

ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเดินทาง