ครั้งแรกญี่ปุ่น เที่ยวเมืองอะไรดีน้า มาดูกัน
ไม่รู้จะเริ่มเที่ยวญี่ปุ่นที่เมืองไหน? บทความนี้ช่วยคุณเลือกได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโตเกียว โอซาก้า ฮอกไกโด หรือฟุกุโอกะ พร้อมแนะนำตามสไตล์คุณ
ตอนที่เราวางแผนจะไปญี่ปุ่นครั้งแรก พวกเราก็ลังเลอยู่เหมือนกันว่าจะเริ่มที่เมืองไหนดี เพราะแต่ละเมืองก็ดูมีเสน่ห์ต่างกันไปหมด โตเกียวก็ครบเครื่อง โอซาก้าก็ดูสนุก ฮอกไกโดก็น่าโรแมนติก ฟุกุโอกะก็ดูเรียบง่ายแต่มีอะไรให้ค้นหา
สุดท้ายพวกเราเลือกใช้เวลาไปหลายเมือง และนี่คือสิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ว่าแต่ละเมืองเหมาะกับใคร และจะได้เจอกับอะไรบ้างค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเลย พวกเราอยากให้ลองเริ่มต้นจากโตเกียวค่ะ ที่นี่เหมือนเป็นญี่ปุ่นฉบับกระชับแต่ครบเครื่องในเมืองเดียว จะได้ทั้งความล้ำ ความดั้งเดิม และความสะดวกสบายแบบที่คนมาเที่ยวครั้งแรกจะรู้สึกอุ่นใจตั้งแต่วันแรก
โตเกียวคือเมืองที่มีจังหวะชีวิตชัดเจน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เริ่มต้นทริปแบบชิลๆ ที่ วัดอาซากุสะ หรือที่เราเรียกกันว่า “วัดโคมแดง” ที่ใครๆ ก็ต้องแวะไปเช็กอิน ชมเจดีย์ญี่ปุ่นโบราณ แล้วเดินผ่านถนนนากามิเสะที่เต็มไปด้วยร้านขนมญี่ปุ่น ของฝาก และขนมโมจิแบบดั้งเดิมที่หากินได้ยากในไทย บรรยากาศมันได้มากค่ะ กลิ่นหอมๆ จากร้านเก่าแก่ และความครึกครื้นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ
จากนั้นตอนบ่ายนั่งรถไฟไปเที่ยวเกาะ โอไดบะ เกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นจากการถมขยะในอ่าวโตเกียว แต่บรรยากาศดีมากจนลืมไปเลยค่ะว่าเคยเป็นขยะมาก่อน จุดเด่นที่นี่คือเจ้ากันดั้มยักษ์เท่ากับตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าห้าง DiverCity บวกกับวิวอ่าวโตเกียวที่สวยงาม เดินเพลินมากๆ
ช่วงเย็นใครสายช้อปขอแนะนำให้ไปเดินย่าน ชิบูย่า เลยค่ะ ข้ามแยกดังที่สุดในโลกที่มีคนเดินข้ามกันเป็นพันๆ ในทุกๆ สัญญาณไฟ พร้อมแวะร้านแฟชั่น คาเฟ่ญี่ปุ่นแนวๆ หรือจะหาราเมงร้อนๆ สไตล์ท้องถิ่นกินก็ไม่ผิดหวังแน่นอน
อีกวัน เพื่อนๆ สามารถเลือกแนวเที่ยวได้ตามสไตล์เลยค่ะ
ถ้าเป็นสายธรรมชาติหรืออยากเห็นฟูจิซังของจริง แนะนำให้ออกนอกเมืองไปที่ คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) เมืองริมทะเลสาบที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้แบบเต็มตา สะท้อนกับผิวน้ำสวยเหมือนโปสต์การ์ด มีทั้งเจดีย์แดง Chureito จุดถ่ายภาพยอดฮิต และบ่อออนเซ็นวิวฟูจิให้แช่กันชิลๆ
แต่ถ้าเพื่อนๆ เป็นสายสวนสนุกก็ไม่ต้องน้อยใจ โตเกียวมี Tokyo Disneyland และ DisneySea ที่ขึ้นชื่อระดับโลก เดินเล่นในธีมแฟนตาซีสุดอลังการ ดูพาเหรด ช้อปของน่ารัก และถ่ายรูปกับตัวละครดิสนีย์แบบจัดเต็มทั้งวันได้สบายๆ ถ้าจะไปที่นี่อย่าลืมจองบัตรล่วงหน้านะคะ เพราะคิวค่อนข้างแน่น โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว
อีกอย่างที่อยากบอกคือเรื่องกินค่ะ โตเกียวคือสวรรค์ของคนรักอาหารญี่ปุ่น ทั้งซูชิพรีเมียมจากตลาดปลา ราเมงต้นตำรับตามตรอกซอกซอย ยากิโทริย่างหอมๆ หน้าเซเว่น ไปจนถึงคาเฟ่ธีมแปลกๆ ที่มีเฉพาะในญี่ปุ่น จะกินหรูหรือกินบ้านๆ ที่นี่มีหมดครบจบในเมืองเดียว
แถมระบบขนส่งก็สะดวกมาก ใช้บัตร Suica หรือ Tokyo Subway Pass ก็ไปได้ทั่วทั้งโตเกียวแบบไม่ต้องกังวล
และถ้าใครเล็งจะไป พิพิธภัณฑ์ Ghibli ที่สายอนิเมะห้ามพลาด อย่าลืมจองตั๋วล่วงหน้านะคะ เพราะเต็มเร็วมากจริงๆ
โดยรวมแล้ว โตเกียวอาจจะดูวุ่นวายบ้าง แต่ในความวุ่นวายนั้นมีเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน มันเป็นเมืองที่ให้เราเห็นทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตในแต่ละย่านที่เดินผ่าน สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังลังเลว่าไปญี่ปุ่นครั้งแรกจะเริ่มจากเมืองไหนดี พวกเราแนะนำโตเกียวเต็มใจเลยค่ะ ครบ คุ้ม ปลอดภัย และมีความประทับใจรออยู่ทุกมุมเมืองแน่นอนค่ะ
สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นแบบไม่ต้องรีบเร่ง อยากกินของอร่อย โอซาก้า คือเมืองที่พวกเราอยากให้ลองไปมากๆ ค่ะ
จุดที่ทุกคนห้ามพลาดคือ ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ที่เปรียบเสมือนสวรรค์ของสายกินอย่างแท้จริง ที่นี่ไม่ใช่แค่ถนนสำหรับเดินเล่น แต่คือถนนที่ “เดินไปกินไป” ไม่ว่าจะเป็น ทาโกะยากิ ที่ปั้นกันสดๆ ร้อนๆ หน้าร้าน โอโคโนมิยากิที่ราดซอสหนาๆ จนหอมฟุ้งไปทั้งซอย
ที่เด็ดอีกอย่างคือ ร้านปู Kani Doraku ซึ่งมีปูยักษ์ขยับได้อยู่หน้าร้าน เป็นแลนด์มาร์กดังของย่านนี้เลยค่ะ ใครเดินผ่านก็ต้องหยุดถ่ายรูป
และอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องทำเมื่อมาถึงโดทงโบริก็คือ ถ่ายรูปกับป้ายกูลิโกะ (Glico Man) ป้ายไฟขนาดใหญ่ของนักวิ่งชูมืออยู่ริมคลอง ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าไปแล้ว ใครไม่โพสท่าชูแขนตามป้ายนี้เหมือนยังมาไม่ถึงค่ะ
นอกจากสายกินแล้ว โอซาก้ายังมีที่เที่ยวใหญ่ๆ ที่เหมาะกับทุกวัย อย่างเช่น Universal Studios Japan (USJ) ที่เต็มไปด้วยโซนดังจากหนังฮอลลีวูดและแอนิเมชันระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นโซน Harry Potter, Super Nintendo World หรือ Minions ที่เด็กๆ จะหลงรัก ผู้ใหญ่ก็อินได้เหมือนกัน และถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปชมอะไรชิลๆ แนะนำให้แวะ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Kaiyukan หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น ที่มีปลาฉลามวาฬขนาดยักษ์ว่ายอยู่ในแทงก์ใสกลางอาคาร พวกเราไปที่นี่มามากกว่า 3 ครั้ง และชอบทุกครั้งค่ะ
อีกข้อดีของโอซาก้าคือ ทำเลที่ดีมาก เพราะสามารถต่อไปเมืองสำคัญใกล้เคียงได้สะดวกมากๆ วันเดียวก็เที่ยวได้ เช่น
พูดง่ายๆ ว่า ถ้าเพื่อนๆ มาอยู่โอซาก้า 4–5 วันก็สามารถเก็บครบทั้งของกิน สวนสนุก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมได้ในทริปเดียวเลยค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ รู้สึกว่าชีวิตวุ่นวายเกินไป อยากหนีจากความเร่งรีบ อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเบียดใคร หรืออยากมีโมเมนต์สงบๆ กับธรรมชาติ พวกเราแนะนำให้ไป ฮอกไกโด เลยค่ะ แบบไม่ต้องลังเล
โดยเฉพาะถ้าได้ไปช่วงหน้าหนาว บรรยากาศจะโรแมนติกสุดๆ หิมะที่ตกใหม่จะปกคลุมถนนแบบขาวสะอาด รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งเลย นอกจากนี้ ฮอกไกโดยังติดอันดับหนึ่งในสถานที่เล่นสกีที่ดีที่สุดในโลก ที่มีหิมะ powder snow หิมะคุณภาพเยี่ยมจนดึงดูดนักสกีจากทั่วโลกมาเล่นที่นี่
ฮอกไกโดยังเป็น เมืองโปรดของทีม Travel Design Team ด้วยค่ะ เพราะอาหารที่นี่ไม่ใช่แค่ดี แต่ “สด” และ “มีคุณภาพ” แบบที่สัมผัสได้จริงๆ ทั้งเกาะนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ครัวของญี่ปุ่น” เพราะเก่งทั้งด้านเกษตร ประมง และปศุสัตว์ อาหารทะเลอย่างหอยเม่น ปูซูไว ปลาฮอกเกะ ส่วนผลิตภัณฑ์นมอย่าง นมสด ชีส เค้ก หรือซอฟต์ครีม ก็หอม มัน และละมุนมากๆ ค่ะ จนจะเห็นได้ว่าเมืองไทย ชอบเอาคำว่าฮอกไกโดไปโปรโมทของหวานมากๆ
ฮอกไกโดมีที่เที่ยวหลายที่มากๆ ค่ะ มีเมืองเล็กๆ อย่าง โอตารุ (Otaru) พร้อมบรรยากาศริมคลองสงบๆ สวยๆ หรือจะเดินไปถนนคนเดินที่มีของกินเยอะมากกก พร้อมพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีและนาฬิกาไอน้ำ และเมืองยังมี ถนนคนเดิน ที่ของกินเพียบ ทั้งขนมญี่ปุ่น เครื่องดื่ม คาเฟ่ และของฝากน่ารักๆ รวมถึง พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี และ นาฬิกาไอน้ำ ที่ให้ความรู้สึกย้อนยุคแบบคลาสสิกมากค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ ชอบแช่ออนเซนฮอกไกโดก็มี แหล่งออนเซนดีๆ กระจายอยู่ทั่วเกาะ ไม่ว่าจะเป็น โจซังเคย์ (Jozankei) เมืองออนเซนยอดฮิตใกล้ซัปโปโรที่มีวิวภูเขาสวยๆ, จิโกคุดานิ (Jigokudani) หรือ “หุบเขานรก” ที่เต็มไปด้วยไอน้ำจากใต้ดินแต่กลับแช่ออนเซนได้ชิลๆ, หรือ ทะเลสาบโทยะ (Toyako) ที่เราสามารถนอนแช่ออนเซนแล้วมองวิวทะเลสาบกับภูเขาไฟอยู่ตรงหน้าได้แบบเต็มตาหรืออื่นๆอีกมากมาย
แต่ฮอกไกโดไม่ได้สวยแค่ตอนหิมะตกค่ะ ช่วงหน้าร้อนก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน โดยเฉพาะโซน ฟุราโนะ (Furano) และ บิเอะ (Biei) ที่มี สวนดอกไม้เจ็ดสี ปลูกลดหลั่นตามเนินเขา สีสันสดเหมือนภาพวาดธรรมชาติ เดินชมวิว ถ่ายรูป สูดอากาศดีๆ แล้วปิดท้ายด้วย เมลอนฮอกไกโดหวานฉ่ำ หรือ ไอศกรีมจากฟาร์ม สดๆ ที่ทำจากนมฮอกไกโดแท้ๆ รับรองว่าฟินจนอยากกลับไปอีกแน่นอน
หน้าร้อนยังมีกิจกรรมท้องถิ่นน่ารักๆ อย่าง เก็บเชอร์รี่สดจากต้น, นั่งรถชมฟาร์ม, เก็บลูกพลับที่เรียบง่ายแต่ดีมากๆ ค่ะแถมอร่อยด้วย
และถ้าเพื่อนๆ มีเวลา อยากหาประสบการณ์แบบ “Unseen Japan” ฮอกไกโดก็มีอีกหลายที่ให้ค้นหา อย่างเช่น การดูแซลมอนว่ายทวนน้ำวางไข่ ในลำธารธรรมชาติช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือจะไป ล่องเรือดูปลาวาฬ โลมา และนกอินทรีทะเล ที่คาบสมุทร ชิเรโตโกะ (Shiretoko) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก
ฟุกุโอกะ (Fukuoka) อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกในใจของหลายคนเวลาแพลนเที่ยวญี่ปุ่น แต่สำหรับพวกเรา ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาเมืองที่ เดินทางง่าย อากาศดี อาหารเด็ด และยังได้บรรยากาศญี่ปุ่นแบบโลคอลจริงๆ โดยไม่ต้องแข่งกับนักท่องเที่ยวเป็นร้อยๆ คน ฟุกุโอกะคือคำตอบที่อยากให้ลองเปิดใจค่ะ
ฟุกุโอกะมี ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenmangu) ซึ่งเป็นศาลเจ้าชื่อดังด้านการเรียน การงาน และโชคดี การเดินทางก็ไม่ยาก มีรถไฟตรงถึงจากตัวเมือง และที่ชอบสุดคือ ถนนทางเข้าศาลเจ้า บรรยากาศดีมาก สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขนมญี่ปุ่นแบบโบราณและสมัยใหม่ผสมกัน ทั้งโมจิร้อนๆ ร้านชาเขียวหอมๆ หรือของที่ระลึกแบบท้องถิ่น เดินไป กินไป ชมวิวไป แบบชิวๆ เลยค่ะ
Highlight ถนนเส้นนี้คือ Starbucks Dazaifu ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสาขาที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ตัวร้านตกแต่งด้วยไม้ไผ่ไขว้สานกันไปมาแบบศิลป์มากๆ และกลมกลืนกับบรรยากาศของวัดและถนนสายเก่า เหมาะมากกับการแวะนั่งพักจิบกาแฟหลังเดินเที่ยวศาลเจ้า ใครชอบถ่ายรูปหรือเก็บโลเคชันคาเฟ่สวยๆ บอกเลยว่าห้ามพลาดค่ะ
และสำหรับใครที่ชอบ ออนเซน ฟุกุโอกะก็เป็นหนึ่งในจังหวัดขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำพุร้อนของญี่ปุ่นเลยค่ะ เพราะใกล้กับเมืองที่คนรักออนเซนรู้จักกันดีอย่าง เบปปุ (Beppu) ที่มีทั้ง บ่อน้ำพุร้อนนรก (Jigoku Meguri) ซึ่งเป็นออนเซนธรรมชาติสีแปลกๆ แบบหาชมได้ยาก และกิจกรรมสุดยูนีคอย่าง อาบทรายร้อน (Sand Bath) ที่ให้ประสบการณ์แปลกใหม่แบบญี่ปุ่นแท้ๆ
ใกล้ๆ กันยังมีเมืองเล็กๆ อย่าง ยุฟุอิน (Yufuin) ที่น่ารักมาก บรรยากาศเงียบๆ มีวิวภูเขา น้ำพุร้อนแบบเรียวกังคลาสสิก คาเฟ่น่ารักๆ ร้านขนมโฮมเมด และถนนคนเดินเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยงานคราฟต์ เหมาะกับเพื่อนๆ ที่อยากพักแบบ slow life จริงๆ สักคืน-สองคืน
ช่วงที่ฟุกุโอกะน่าไปมากๆ คือช่วง ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งที่ฟุกุโอกะและรอบๆ เมืองนี้จะสวยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในสวนสาธารณะใหญ่ๆ อย่าง Ohori Park หรือแถวดาไซฟุที่ต้นไม้เรียงรายเปลี่ยนสีพร้อมกันทั้งภูเขา ถือเป็นช่วง พีคที่สุดของปี ที่เมืองนี้จะโรแมนติกมาก ไม่ว่าจะเป็นสีเหลืองทอง ส้ม และแดงที่ไล่เฉดกันแบบธรรมชาติ 100%
เรื่องอาหารก็ต้องพูดถึงแน่นอน เพราะฟุกุโอกะคือบ้านเกิดของ ราเมงฮากาตะ ที่โด่งดังไปทั่วโลก จุดเด่นคือเส้นเรียวเล็ก น้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้น (ทงคตสึ) หอมมัน และมักจะเสิร์ฟพร้อมกระเทียมดิบให้เติมเองตามใจ เอาจริงๆ ส่วนตัวแล้ว พวกเราชอบกินราเมงที่ฟุกุโอกะมากที่สุดค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ กำลังวางแผนไปญี่ปุ่นครั้งแรก ลองถามตัวเองว่าชอบบรรยากาศแบบไหน แล้วเลือกเมืองนั้นเป็นจุดเริ่มต้น หรือถ้าเพื่อนๆ ยังไม่แน่ใจว่าจะไปไหนดี ลอง ทักมาหาพวกเราได้เลยค่ะ พวกเราพร้อมให้คำปรึกษาฟรี และช่วยออกแบบทริปที่เหมาะกับสไตล์ของคุณจริงๆ
เที่ยวให้สนุกนะคะ
ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเดินทาง